คุณหมออู๋ แชร์ประสบการณ์การฉีดสารกระตุ้นคอลลาเจน Sculptra
คุณหมออู๋ แชร์ประสบการณ์การฉีดสารกระตุ้นคอลลาเจน Sculptra ในฐานะ Modurator แก่ Dr Jeff Huang From Taiwan ที่งานประชุมนานาชาติ International Congress Aesthetics Dermatology : ICAD 2023 ที่โรงแรมเซนทารา แกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อวันที่24 พฤศจิกายน 2566 ความรู้ความเข้าใจในสารกระตุ้นการสร้างคอลาเจน (Collagen Biostimulators) ถือเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะช่วยให้แพทย์สามารถเลือกใช้สารดังกล่าวได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมกับโครงสร้างผิวและความต้องการของผู้รับบริการแต่ละบุคคล ในส่วนของตัว Sculptra หมอขออธิบายง่ายๆ คือส่วนประกอบหลักในการกระตุ้นให้ร่างกายเรามีการสร้างคอลลาเจนขึ้นมาได้นั้น คือตัว PLLA (Poly-L-Lactic Acid) ซึ่งมีใช้ทางการแพทย์มาอย่างแพร่หลายในรูปแบบไหมละลาย และวัตถุในขบวนการศัลยกรรมเสริมสร้าง (Reconstructive surgery) จึงมีความปลอดภัยสูงและจะมีการย่อยสลายช้าๆ ผ่านกระบวนการทำลายตามธรรมชาติของร่างกายโดยเฉลี่ยที่ประมาณ 2 ปี การเหนี่ยวนำให้ร่างกายมีการผลิต Fibroblast (เซลล์ต้นทางในการผลิต คอลลาเจน) อาศัยขบวนการทำงานทางธรรมชาติของร่างกายที่ไม่ได้เกิดขบวนการอักเสบบวม แดง ร้อน ต่อผิวหนังแต่อย่างไร โดยขบวนการดังกล่าวเกิดขึ้นแบบเล็กน้อยและค่อยเป็นค่อยไปจนเสร็จสมบูรณ์ทีประมาณ 3-4 สัปดาห์ ดังนั้น ผู้รับบริการควรรอผลการกระตุ้นคอลลาเจนหลังจากฉีดตัว Sculptra ไปแล้วประมาณ1 เดือน นั่นคือผลที่ค่อนข้างชัดเจนและเห็นการเปลี่ยนแปลงเป็นรูปธรรม เช่น ผิวที่ได้ดูอ่อนเยาว์ลง ริ้วรอยลดลง เฟริมกระชับ และ กระจ่างใสมากขึ้นในรายงานการวิจัยสมัยใหม่ด้วยการผสมตัว Sculptra ด้วยสัดส่วนที่เจือจางพอดีจะกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้ดีที่สุด โดยปราศจากผลข้างเคียงที่อันตรายแต่อย่างใด และในมือแพทย์ที่มีประสบการณ์สูงผลข้างเคียง เช่น ก้อนเล็กๆ (nodules)ที่เกิดขึ้นได้ ย่อมแทบจะไม่ปรากฏหลังรับบริการ นอกจากนี้ การนวด (Sculptra massage) จะช่วยให้ผลการกระตุ้นคอลลาเจน ดีมากขึ้น ตลอดจนลดผลข้างเคียงดังกล่าวอีกด้วย ในขั้นตอนการรักษาด้วย Sculptra Multidimensions (Sculptra treatment by Infiniz clinic) -การวิเคราะห์ปัญหาผิวพรรณ ตลอดจนโครงสร้างผิวร่วมถึงการวางแผนการรักษาด้วย Sculptra เป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกที่ต้องทำด้วยความถูกต้อง เพื่อกำหนดแนวทางและขอบเขตของคอลลาเจนที่จำมีการสร้างขึ้นให้ได้ในอัตราส่วนและสร้างรูปหน้าใหม่ที่สวยงามดูเป็นธรรมชาติ ไม่ผิดสัดส่วน -การผสม PLLA ใน Sculptra ด้วยอัตราส่วนที่ถูกต้องต่อการรักษาในแต่ละบริเวณมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ดังนั้นก่อนทำการรักษาแพทย์จำเป็นต้องมีการตรวจสภาพผิวโดยละเอียด และวางแผนการรักษาร่วมกับผู้รับบริการอย่างเหมาะสม เพื่อการกำหนดสัดส่วนการผสมตัว Sculptra ได้อย่างเหมาะสม -การกำหนดจุดฉีดก็เป็นอีกส่วนที่สำคัญ ในผู้รับบริการบางราย การฉีด Sculptraในปริมาณที่มากเกินไปอาจจะเกิดผลข้างเคียงทำให้ใบหน้าเกิดความไม่เรียบเนียน หรือ ใบหน้าผิดสัดส่วนได้จึงจำเป็นต้องอาศัยการคำนวณโดยแพทย์ผู้ชำนาญการสูงอย่างแม่นยำร่วมกับการจัดวางกระจายตัวยาอย่างเหมาะสม -การดูแลหลังฉีด ควรหลีกเลี่ยงการทำหัตถการความงามทุกชนิด ประมาณ 2-4สัปดาห์ เพื่อรอให้ผิวมีการสร้างคอลลาเจนได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด หลีกเลี่ยงความร้อน และ ควรทานอาหารที่มีโปรตีนสูง ร่วมกับ วิตามิน Cเพื่อช่วยให้การสร้างคอลลาเจนได้ผลดีที่สุด -ในกรณีที่สภาพปัญหาขาดคอลลาเจนมาก หรือ ปัญหาผิวที่ต้องการ การฟื้นฟูต่อเนื่อง สามารถรับการฉีด Sculptra ได้ 2-3 รอบ ห่างกัน ประมาณ 6-8สัปดาห์ โดยการเว้นระยะที่เหมาะสมก็เพื่อต้องการให้ผิวมีการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้อย่างเต็มที่เพื่อการประเมินการรักษาใหม่จึงจะสามารถทำได้อย่างถูกต้องและแม่นยำเหมาะสม นั่นเอง -ก่อนทำการรักษาด้วย Sculptra แนะนำให้ผู้รับบริการปรึกษาแพทย์ที่จะทำการรักษาก่อน เพื่อประเมินความเหมาะสมและ สภาพปัญหาที่จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างถูกต้อง พร้อมทั้งแพทย์จะสามารถวางแผนการรักษาได้อย่างถูกต้องเพื่อผลลัพธ์ที่ดูดีถูกใจผู้รับบริการนั่นเอง
หมออู๋ รับบท speaker บรรยาย และ สาธิตงานฉีด Sculptra แก่แพทย์ความงาม
หมออู๋ รับบท speaker บรรยาย และ สาธิตงานฉีด Sculptra แก่แพทย์ความงาม ที่ Tria Medical wellness Center ในส่วนของงานสอนในวันนี้ เป็น การให้ความรุ้ถึงคุณสมบัติของ collagen biostimulator PLLA-SCULPTRA ในการกระตุ้นให้ผิวของเราสร้างคอลลาเจนได้อย่างไร รวมทั้งจุดเด่นในการกระตุ้นคอลลาเจนได้อย่างชัดเจน แต่ยังคงความปลอดภัยสุงสุด โดยไม่มีผลข้างเคียงใดๆหลังทำ โดยคุณหมออู๋ได้อธิบายถึงการประเมินสภาพปัญหาผิวและต่อด้วย การดีไซน์กำหนดจุดฉีด รวมถึงต้องทำการฉีดในชั้นผิวระดับความลึกที่กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้ดีที่สุดเท่านั้นโดยจะมีระดับความลึกที่แตกต่างกันออกไปในผู้รับบริการแต่ละท่าน ขั้นตอนการดีไซน์รุปหน้าและกำหนดจุดฉีด เป็นส่วนที่สำคัญที่สุด ดังนั้น คุณหมออู๋ จึงใช้เวลาการออกแบบการรักษาและกำหนดจุดฉีดอย่าละเอียดแก่แพทย์ที่เข้าร่วม work shop เพื่อเป็นข้อมุลสำคัญก่อนที่แพทย์ผู้เรียนจะเริ่มทำการฉีด และ สามารถนำไปใช้ต่อใน Practice ได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยปราศจากผลข้างเคียง ติดตามชมภาพคุณหมออู๋ กับ งานสอน sculptra กันได้เลยค่ะ
ตามหมออู๋ มา Update ความรุ้กับงานประชุม GAIN Global @Dubai 2023
คุณหมออู๋ ณัฐพล บินร่วมงานประชุม update ความรู้ทางกายวิภาคศาสตร์ และศึกษารูปแบบการใช้ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆที่ใช้ในการฉีดกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน (collagen biostimulator) Global GAIN ณ เมืองดูไบ สาธารณรัฐอาหรับเอมิเรส ในฐานะแพทย์วิทยากรผู้สอนสารลดเรือนริ้วรอยและสารเติมเต็ม HA FILLER จากประเทศไทยร่วมกับแพทย์อื่นๆทั่วโลก ในการประชุมครั้งนี้ ได้ มีการ update ความรู้ที่น่าสนใจ ในส่วนของ Anatomy จาก World speaker Prof. Sebastian Cotofana (Anatomist) ในองค์ประกอบของการจัดเรียงตัวของชั้นไขมันในแต่ละส่วนของผิวหน้า มีความแตกต่างกันอย่างมาก เช่นบริเวณคางจะมีองค์ประกอบของชั้นไขมันที่เหนียวและแข็งแรงมากกว่า บริเวณใต้คางที่มีความอ่อนนุ่มและมีคอลลาเจนที่น้อยกว่า ดังนั้นการเลือกใช้ HA filler หรือ Collagen biostimulator จึงต้องเลือกทั้งชนิดและขนาดโมเลกุลที่แตกต่างกัน เพื่อผลลัพธ์ที่ดีขึ้น อีกส่วนที่สำคัญคือ โครงสร้าง Anatomy บริเวณริมฝีปากคือภายในเนื้อริมฝีปากจะมี โครงสร้างที่มีชั้นเนื้อเยื่อเกี่ยวพันกั้นแต่ละส่วนอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่แพทย์ต้องทำความเข้าใจ เพื่อนำมาใช้ในการออกแบบการเติมฟิลเลอร์ปากเพื่อปรับแก้ไขปัญหา หรือ สร้างทรงริมฝีปากใหม่ได้อย่างถูกต้อง นอกจากนี้ ยังได้มีการ Update ความรู้ในเรื่องของการใช้เทคนิคผสมผสาน การฉีดสารลดเรือนริ้วรอย สารเติมเต็ม และ สารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน (Collagen biostimulator) โดยการกำหนดจุดฉีดที่เหมาะสมและแก้ไขปัญหาได้หลากหลาย ในทุกชั้นผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย เนื่องด้วย การใช้ Injectable products มีหลากหลาย การเลือกใช้ตัวยาที่มีความเฉพาะเจาะจงในการแก้ไขปัญหา ย่อมได้ผลชัดเจน และ ปราศจากผลข้างเคียงจากภาวะ Overfill Syndrome อีกด้วย นอกจากนี้ ยังมีการดูงานในส่วน exhibition จาก Global medical affair โดยได้มีการรวบรวมข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ การคิดค้น ส่วนผสมของทุกผลิตภัณฑ์ เช่น Restylane filler, ABO Botulinum Toxin, PLLA of Sculptra ตลอดจน ข้อมุลทางงานวิจัยที่ทันสมัยที่นำเสนอผลการรักษา และ ผลข้างเคียงต่างๆ ไว้อย่างละเอียดครบถ้วน เพื่อนำมาปรับใช้ให้ผู้รับบริการได้ผลการรักษาที่ชัดเจน โดยไม่เกิดผลข้างเคียงใดๆ อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ “Concept of personalization” การได้เห็นรูปแบบการปรับรูปหน้าใหม่ๆ กับเคสที่หลากหลายเชื้อชาติ เช่น East Asians, South East Asians, Europeans, Arabians, Americans and latinos ทำให้มีความเข้าใจ concept of beauty ที่มีความชอบที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ในส่วนของงานฉีดฟิลเลอร์และสารลดเรือนริ้วรอย จึงจำเป็นต้องมีความรู้ความเข้าใจอย่างดี เพื่อนำมาใช้พัฒนางานปรับรูปหน้าเฉพาะบุคคลให้ได้ผลที่สวยงามตามคุณลักษณะของสัดส่วนใบหน้าของผู้รับบริการแต่ละรายนั่นเอง
Anatomy บริเวณใต้ตา (Tear Trough Anatomy)
ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาอย่างไรให้ปลอดภัยไร้ผลข้างเคียงและได้ผลลัพธ์ที่สวยงามลงตัวอย่างเป็นธรรมชาติ สำหรับการฉีดฟิลเลอร์บริเวณใต้ตานั้นถือว่าเป็นบริเวณที่มีความซับซ้อนค่อนข้างมาก เนื่องจากว่า มีโครงสร้าง ผิวหนังไขมัน กล้ามเนื้อ เนื้อเยื่อเกี่ยวพัน ที่วางตัวซ้อนทับกัน และ พาดเกี่ยวกัน ด้วยเส้นใยกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นที่สำคัญปริมาณมากรวมทั้งพื้นที่บริเวณใต้ตาและแก้ม จะมีการเคลื่อนไหวอย่างมากนำมาซึ่งพยาธิสภาพที่ผิดปกติเมื่อ อายุที่มากขึ้น ทั้งความหย่อน และโครงสร้างที่บางหรือพร่องลงไป นอกจากนี้ บริเวณใต้ตา และแก้ม ยังมีเส้นเลือดเส้นประสาทสำคัญปริมาณมาก และมีความสำคัญที่เชื่อมต่อเข้าสู่ดวงตาได้อย่างง่ายดาย ดังนั้นแพทย์จึงจำเป็นต้องรู้ตำแหน่งของเส้นเลือดเหล่านี้อย่างดี เพื่อหลีกเลี่ยงการฉีดฟิลเลอร์ไปในบริเวณดังกล่าว หรือ ป้องกันไม่ให้เกิดผลข้างเคียงไม่พึงประสงค์นั่นเอง พื้นทีบริเวณใต้ตา ประกอบด้วย Jigsaw ขนาดเล็กที่เชื่อมต่อกัน และ วางทับกันอยู่เป็นปริมาณมาก และ มีขนาดหรือการเรียงตัวที่แตกต่างกันในแต่ละบุคคลการเข้าใจถึงพยาธิสภาพปัญหาที่ถูกต้องสำหรับปัญหาใต้ตาจึงต้องได้รับการฝึกฝน และ ต้องอาศัยประสบการณ์ของแพทย์อย่างมากโดยการแก้ไขปัญหาในพื้นที่เล็กๆนี้ ยังต้องอาศัยความแม่นยำในการฉีดฟิลเลอร์ในบริเวณนั้นๆอีกเช่นกันดังนั้นสิ่งสำคัญที่แพทย์ทุกคนควรต้องมีความรู้ความเข้าใจอย่างสูง นั่นคือโครงสร้างกายวิภาคศาสตร์บริเวณใต้ตา อย่างละเอียด เพราะเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะนำไปใช้ในการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาได้อย่างปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ที่สวยงามไร้ผลข้างเคียง ปัญหาที่พบบ่อยคือ ฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นก้อน หลังฉีด ซึ่งอาจพบได้หลังจากฉีดไปแล้ว 3-6 เดือน หรือในบางราย อาจยาวนานถึง 1 ปี จึงค่อยเกิดปัญหานี้ขึ้น ซึ่งสาเหตุหลักคือการฉีดฟิลเลอร์เข้าไปแทรกตัวอยู่ในชั้นกล้ามเนื้อนั่นเอง โดยมักเกิดขึ้นจากการที่กล้ามเนื้อบริเวณใต้ตามีการเคลื่อนไหวค่อนข้างมาก จึงง่ายต่อการเกิดภาวะดังกล่าว ซึ่งวิธีแก้คือ การฉีดสลายฟิลเลอร์ส่วนเกินนั้นออกและ ทำการแก้ไขใหม่ตามความเหมาะสม อีกปัญหาหนึ่งคือการฉีดฟิลเลอร์บริเวณใต้ตาในชั้นตื้นเกินไปและปริมาณมากเกินไป จึงเกิดเป็นก้อนสีเทาๆ จากแสงที่ตะกกระทบลงบนผิว ทำให้เกิดความไม่เรียบเนียนและไม่สวยงาม ขั้นตอนนี้ เกิดขึ้นจากเทคนิคการฉีดที่ไม่ถูกต้อง หรือการใช้ชนิดของฟิลเลอร์ที่ไม่เหมาะสมกับสภาพปัญหา จึงเกิดภาวะไม่กลืนตัวเข้ากับผิวบริเวณดังกล่าว โดยแพทย์ผู้ฉีดต้องมีความระมัดระวังอย่างสูงนั่นเอง โดยการแก้ไข ก็จำเป็นต้องฉีดยาสลายฟิลเลอร์ส่วนนั้นออก และ ประเมินสภาพปัญหาใหม่ การเลือกชนิดของ HA Fillerก็เป็นอีกส่วนที่สำคัญที่จะนำมาซึ่งผลการรักษาที่ดูเป็นธรรมชาติ กลมกลืนกับโครงสร้างหรือผิวพรรณของผู้รับบริการได้อย่างดีเยี่ยม โดยฟิลเลอร์ที่นิยมฉีดแก้ไขบริเวณใต้ตา สำหรับคนไทย คือ Restylane Vital Light หรือ Restylane Classic และ Juvederm Volbella or Juvederm Volite นั่นเอง แต่อย่างไรก็ตาม ในผู้รับบริการบางคน ที่มีร่องใต้ตาลึกมาก ก็สามารถใช้ Filler ชนิดที่มีโมเลกุลใหญ่ขึ้น นำมาแก้ปัญหาได้เช่นเดียวกัน นอกจากนี้ การฉีดฟิลเลอร์บริเวณใต้ตาด้วยโปรแกรม Daisy Eyes โดยคุณหมออู๋ ณัฐพล ยังถูกออกแบบมาให้สามารถใช้เทคนิคในการยกกระชับ และ แก้ไขถุงใต้ตา ได้อีกด้วย โดยจากการดูโครงสร้างบริเวณใต้ตาจะเห็นได้ว่า เมื่ออายุที่มากขึ้น ย่อมทำให้กระดูกเบ้าตา และ ชั้นไขมันใต้ตา บางลง เส้นเอ็นและกล้ามเนื้อก็มีความหย่อนไม่กระชับอีกด้วย ทั้งหมดนี้ทำให้ไม่สามารถค้ำจุนถุงใต้ตาที่โป่งพองออกมาจากอายุที่มากขึ้นได้ ดังนั้น การแก้ไขด้วยการวางฟิลเลอร์ที่มีขนาดโมเลกุลพอดี และแม่นยำ จึงช่วยให้มีโครงสร้างที่ support ถุงใต้ตาได้อย่างดีทำให้ขนาดลดลง ดังนั้นด้วยวิธีการฉีดฟิลเลอร์ ใต้ตาอย่างถูกวิธี จึงสามารถแก้ไขปัญหาถุงใต้ตาโดยไม่ต้องผ่าตัดศัลยกรรมได้อีกด้วย **อย่างไรก็ตามปัญหาถุงใต้ตา มีความซับซ้อน และมีหลากหลายรูปแบบแนะนำพบแพทย์เพื่อประเมินปัญหาก่อนได้รับการรักษาเท่านั้น เพื่อวางแผนการแก้ไขได้อย่างถูกต้อง เนื่องจากปัญหาถุงใต้ตาของผู้รับบริการแต่ละคนแตกต่างกัน
หลังฉีดฟิลเลอร์ (Filler) ห้ามกินอะไร? ดื่มแอลกอฮอล์ได้ไหม? ที่นี่มีคำตอบ
หลังฉีดฟิลเลอร์ (Filler) ห้ามกินอะไร? หลังฉีดฟิลเลอร์ให้งดแอลกอฮอล์, อาหารแสลง, อาหารรสจัด, ปิ้งย่างชาบู และอาหารหมักดอง เพราะจะทำให้แผลอักเสบและติดเชื้อง่าย
แพ้ฟิลเลอร์ อันตรายที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์
ผู้ที่มีอาการแพ้ฟิลเลอร์จะมีการอักเสบ บวมแดง โดยโอกาสผู้ที่แพ้ฟิลเลอร์มีน้อยมาก ๆ หากฉีดฟิลเลอร์แท้และทำหัตถการโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี ฉีดยังไงให้ปลอดภัย ดูยังไงว่าเป็นของแท้?
ฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดีและปลอดภัย จะรู้ได้ยังไงว่าเป็นของแท้ที่ผ่านอย.หรือเปล่า มาหาคำตอบด้วยกันในบทความนี้ได้เลย
หมออู๋ Update ความรู้ด้านกายวิภาคศาสตร์ประจำปี ค้นพบ บริเวณที่ต้องระวังเพิ่มเติมในการฉีดฟิลเลอร์ คือ คาง และ ขมับ
ปัจจุบัน มีผู้เข้ามารับบริการการฉีดฟิลเลอร์บริเวณคางและขมับ จำนวนมาก ที่อินฟินิซ คลินิก โดยส่วนมากเป็นเคสที่เคยฉีดฟิลเลอร์บริเวณดังกล่าวมาก่อนแล้วเจอผลข้างเคียง ที่หมอรวบรวมไว้มีดังนี้ ปัญหาการฉีดฟิลเลอร์คางจากคลินิกอื่น -รูปทรงไม่เข้ากับใบหน้า ยาวไป สั้นไป หรือ คางยื่นเกินไป -คางไม่สมดุล ไม่สมมาตรกัน หรือ ไม่ได้สัดส่วนกับแนวขากรรไกรล่าง -มีก้อนฟิลเลอร์ช้ดเจนขณะอยุ่เฉยๆ หรือมองเห็นขณะพูดและแสดงสีหน้า -มีอาการบวมแดงอักเสบหลังฉีด หรือภาวะคางอักเสบ ติดเชื้อ -มีอาการบวมแดง เป็นบางครั้ง -เจอเคสผลข้างเคียงจากการฉีดอุดตันเส้นเลือด ทำให้ ริมฝีปากล่างม่วงคล้ำ ผิดปกติ แต่ได้รับการแก้ไขทันเวลา จนเป็นปกติ ปัญหาการฉีดฟิลเลอร์ขมับจากคลินิกอื่น -ขมับบวม ผิดรูป ไม่ได้สัดส่วน -หลังฉีดมีอาการบวม และ ช้ำมาก -หลังฉีดไปสักระยะหนี่งมีอาการก้อนบวมปูดเป็นระยะๆ -ฟิลเลอร์ไม่กลืนกับผิวทำให้มีความไม่เรียบ -รูปทรงขมับไม่สัมพันธ์กับโครงสร้างบริเวณโหนกแก้มและหน้าผาก -มีรอยช้ำหรือสีม่วงบริเวณขมับหลังการฉีดจากที่อื่นมา แต่ได้รับการแก้ไขทันเวลา จะสังเกตเห็นว่า การเลือกแพทย์ที่มีประสบการณ์ความรู้ความเข้าใจ สรีระกายวิภาคศาสตร์ ตลอดจนการออกแบบรูปทรง เป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับการเติมฟิลเลอร์บริเวณ คาง และ ขมับ รวมถึงเทคนิคการวางฟิลเลอร์ในชั้นผิวที่ถูกต้องเท่านั้นที่จะสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุดและสวยงาม อย่างไรก็ตามอาการข้างเคียงที่รุนแรงที่สำคัญที่สุดคือการฉีดฟิลเลอร์เข้าไปอุดตัน หรือ กดเบียด เส้นเลือดบริเวณใกล้เคียงจนเกิดภาวะเนื้อตายบริเวณที่ฉีดถือเป็นผลข้างเคียงที่อันตรายที่สุด ซึ่งแพทย์ต้องป้องกันและหลีกเลี่ยงภาวะดังกล่าว วันนี้ในงานประชุมวิชาการประจำปี GAIN INSPIRED : Annual update on the “ensuring safe & effective use of dermal fillers and collagen biostimulator” 2023 มีเนื้อหาใหม่ๆที่เป็น highlight ที่หมออู๋ รวบรวมมาให้ผู้รับบริการเข้าใจดังนี้ นอกจากบริเวณใต้ตาและบริเวณหน้าผากที่เป็นจุดเสี่ยงหลักในการฉีดฟิลเลอร์ และควรได้รับการแก้ไขโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์การฉีดฟิลเลอร์บริเวณดังกล่าวมาอย่างดี การฉีดฟิลเลอร์บริเวณคางและขมับคับเป็นอีกบริเวณที่แพทย์มักลืมให้ความสำคัญต่อเส้นเลือดเส้นประสาทบริเวณนี้ เพราะคิดว่าฉีดง่าย แต่เมื่อปีที่ผ่านมา พบเคสมีปัญหาฟิลเลอร์อุดตันเส้นเลือดหลังได้รับการฉีดฟิลเลอร์บริเวณดังกล่าวจำนวนมาก ข้อมูลสำคัญคือ บริเวณคาง มีเส้นเลือดดำและแดง🖤❤️ หรือ แขนงที่เชื่อมต่อกันปริมาณมากและเชื่อมต่อกับภายในช่องปากด้วย ซึ่งยากจะคาดเดาได้บนใบหน้าจึงตัองอาศัยการวิเคราะห์จากสภาพปัญหาจริง ของผู้รับบริการแต่ละบุคคลก่อนจะวางแผนการฉีดฟิลเลอร์คับ ความแม่นยำในเนื้อหา Anatomy และเทคนิคการฉีดที่ปลอดภัย รวมถึงประสบการณ์ของแพทย์เท่านั้น จึงจะสามารถรังสรรค์งานฉีดฟิลเลอร์คางให้ได้ รูปทรงที่สวยงาม✨โดยไม่มีผลข้างเคียงใดๆ การฉีดฟิลเลอร์ที่คลาดเคลื่อนตำแหน่งผิดเพียงแค่ 0.1-0.2 มิลลิเมตร ย่อมทำให้มีโอกาสเกิดผลข้างเคียงผิวหนังขาดเลือดที่สำคัญ ได้แก่ คาง ริมฝีปาก และ ในช่องปาก เช่น ลิ้น อีกตำแหน่งหนึ่ง ที่มีผู้รับบริการที่อินฟินิซคลินิกเป็นจำนวนมาก คือ การฉีดฟิลเลอร์บริเวณขมับ ด้วยพื้นที่ในการฉีดมีจำกัด และมีเส้นเลือดเส้นประสาทพาดผ่านจำนวนมากและหนาแน่น ตลอดจนมีโครงสร้างผิวถึง 10 ชั้นทำให้การฉีดต้องอาศัยความแม่นยำสูงสุด พร้อม การใช้ตัวฟิลเลอร์ที่เหมาะสมในการขึ้นทรงขมับให้ผู้รับบริการให้สวยถูกใจไร้รอยต่อ โดยไม่มีผลข้างเคียง และที่สำคัญในใบหน้าจริงมีเส้นเลือดที่วางในลักษณะที่แตกต่างกันในแต่ละบุคคลอีกด้วย ทำให้แพทย์ต้องทำการตรวจร่างกาย ประเมินสภาพปัญหาผิวพรรณที่แตกต่างกัน เพราะการวางฟิลเลอร์บริเวณนี้ ต้องอาศัยทักษะสูงเพื่อเลี่ยงการโดนเส้นเลือดแต่ยังคงต้องควบคุมให้ผลลัพธ์ออกมาสวยงามถูกใจผู้รับบริการมากที่สุด รวมถึงทักษะการออกแบบรูปทรงขมับให้รับกับไรผม คิ้ว หน้าผาก ดวงตา ตลอดจนโหนกแก้มของผู้รับบริการ
คุณทราย เจริญปุระ เข้ามาปรับรูปหน้ากับคุณหมออู๋ ณัฐพล ด้วย โปรแกรมการฉีด Sculptra
ขอขอบคุณบทความจาก Page FB @ITREVIEW ค่ะ
Belotero Revive ฟิลเลอร์เพื่อผิวสวยฉ่ำวาว สไตล์สาวเกาหลี
เคยสงสัยกันมั้ย ว่าทำไมดาราเกาหลี หรือคนเกาหลีถึงดูผิวใส ฉ่ำวาวกันมาก นั่นก็เพราะว่าพวกเค้าได้มีการบำรุงและปรนนิบัตรผิวหลายอย่าง รวมถึงการเข้าคลินิกเพื่อทำหัตถการความงามต่างๆมากมายไม่ว่าจะเป็นการฉีดฟิลเลอร์งานผิวหรือการดริปวิตามิน สำหรับที่ Infiniz Clinic ก็มีการฉีดฟิลเลอร์เพื่อสร้างผิวกระจกประดุจหนุ่มสาวเกาหลี อย่าง โปรแกรม Belotero Revive ซึ่งในวันนี้จะมาแนะนำให้รู้จักกันมากขึ้นว่าดียังไง สำหรับงานผิว จุดเด่นมีอะไรบ้าง ต่างกับ Rejuran ยังไง ที่สำคัญหากฉีด Belotero Revive สามารถทำหัตถการอื่นได้หรือเปล่า คำตอบทั้งหมดอยู่ที่นี่แล้ว Belotero Revive ดียังไง สำหรับงานผิว โปรแกรมฟิลเลอร์ Belotero revive งานผิวจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ได้มีการผสมผสานสารที่ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวอย่าง Hyaluronic acid และ Glycerol ที่ผลิตภายใต้กระบวนการผลิตโดยเทคโนโลยี CPM (Cohesive Polydensified Matrix) ส่งผลให้เนื้อฟิลเลอร์มีความเรียบเนียนไปกับผิวได้ดี ให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติหลังทำ ฟิลเลอร์ Belotero revive ช่วยปรับคุณภาพผิวได้มากถึง 4 มิติ เพิ่มความยืดหยุ่น และความกระชับให้แก่ผิว ช่วยปรับผิวให้มีความชุ่มชื้น อิ่มน้ำ ลดขนาดของรูขุมขน ทำให้รูขุมขนเล็กลง แก้ปัญหาริ้วรอยบนผิว ให้เรียบเนียน ลดปัญหาหลุมสิวให้ตื้นมากขึ้น ลดการระคายเคือง ลดความแดง ลดรอยฝ้า กระ จุดด่างดำ ลดความหมองคล้ำ รอยแผลเป็น ช่วยปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ ปรับสีผิวให้กระจ่างใสมากยิ่งขึ้น ช่วยให้ผิวเงา ผิวฉ่ำวาว เหมือนผิวกระจก Belotero Revive มีจุดเด่นอะไรบ้าง เมื่อเทียบกับฟิลเลอร์แบรนด์อื่นที่ช่วยเรื่องความชุ่มชื้นผิว ตัว Belotero revive มีความแตกต่างที่มีส่วนผสมของสาร Hyaluronic acid และ Glycerol ในขณะที่แบรนด์อื่นๆมีแค่สาร Hyaluronic acid โดยการผสมผสานระหว่างสาร Hyaluronic acid (HA) 20mg/ml และ Glycerol 17.5mg/ml ของ Belotero Revive ส่งผลให้เมื่อฉีดลงบนผิวหน้าของผู้รับบริการแล้ว จะเกิดผลที่แตกต่างจากฟิลเลอร์งานผิวตัวอื่นๆ ดังนี้ ความแตกต่างระหว่าง Belotero Revive กับ Rejuran Belotero Revive จะโดดเด่นในเรื่องของการกักเก็บความชุ่มชื้นได้สูงกว่า เนื่องจากมีส่วนประกอบของ Glycerol ที่ช่วยเรื่องการอุ้มน้ำ และ Hyaluronic acid ที่ช่วยในเรื่องการดึงดูดน้ำเข้าสู่เซลล์ผิวซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาผิวแห้งกร้าน ผิวขาดความชุ่มชื้น ใบหน้าหมองคล้ำ มีริ้วรอยเหี่ยวย่น และรูขุมขนกว้างได้ดี ส่วน Rejuran จะมีส่วนผสมหลักจาก PN (Polynucleotide) ที่สกัดจาก DNA Salmon และเป็น DNA ที่มีความคล้ายคลึงกับ DNA ของมนุษย์มากที่สุด ซึ่งจะช่วยซ่อมแซมผิวในระดับลึก และแก้ปัญหาผิวที่เสื่อมสภาพ ทำให้ผิวเนียนใสดูอ่อนเยาว์ขึ้น จะมีความโดดเด่นในเรื่องการซ่อมแซมเซลล์ และช่วยให้โครงสร้างผิวทั้งผิวชั้นบน และคอลลาเจน ให้มีความแข็งแรงและการจัดเรียงตัวที่ดีกว่า ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาผิวอักเสบ รอยแดง ปรับความหมองคล้ำ ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ ฟื้นฟูหลุมสิว ซ่อมแซมเซลล์ผิวจากโครงสร้างภายในทำให้ผิวดูอ่อนเยาว์ นอกจากนี้ ทั้งสองหัตถการก็สามารถฉีดร่วมกันได้ เพื่อทำให้ได้ผลลัพธ์ผิวที่ดูดี อิ่มน้ำ ผิวกระชับ ดูเรียบเนียน โดยที่ Rejuran และ Belotero revive จะมีคุณสมบัติที่คล้ายคลึงกันในเรื่องของการทำให้ผิวฉ่ำวาว ปรับผิวให้กระจ่างใส และช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ในส่วนของความแตกต่างกันนั้น โดย rejuran จะช่วยปรับให้ผิวโดดเด่น เล่นแสงไฟได้ดีกว่า หรือคล้ายผิวกระจกนั่นเอง ฉีด Belotero Revive แล้วทำหัตถการอื่นได้ไหม การฉีดฟิลเลอร์ Belotero revive สามารถทำร่วมกับหัตถการอื่นๆ ได้ เพื่อแก้ปัญหาผิวได้หลากหลาย และ ส่งเสริมให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการทำ Ulthera / Ultraformer MPT หัตถการ การฉีดฟิลเลอร์ โบท็อกซ์ หรือ เครื่องเลเซอร์ยกกระชับอื่นๆ ซึ่งลำดับในการทำขึ้นอยู่กับปัญหาผิวที่คนไข้แต่ละท่านมี และความต้องการที่อยากจะแก้ไข หมอแนะนำส่งรูปหน้าให้ประเมินปัญหาผิวเบื้องต้นก่อนได้เพื่อการวางแผนการรักษาที่ละเอียดและชัดเจนมากขึ้น ผิวใส งานสวย ต้องมาทำที่ Infiniz Clinic ฉีดฟิลเลอร์ Belotero Revive ที่ Infiniz Clinic เราให้บริการด้วย Product แท้ทุกยี่ห้อที่นำมาใช้ที่คลินิกล้วนแล้วแต่ผ่าน อย. ทั้งหมด รับรองได้ว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่นำเข้าอย่างถูกต้องจากบริษัทตัวแทนจำหน่าย 100% ดังนั้นเมื่อคุณเข้ามาใช้บริการกับเรา นอกจากจะมีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมากประสบการณ์อย่างหมออู๋ ณัฐพล ที่คอยตรวจสอบสภาพผิวและแนะนำการรักษาตลอดจน ควบคุมปริมาณและความเหมาะสม รวมไปถึงการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่จำเป็นเฉพาะผิวของแต่ละบุคคลอย่างแท้จริง Infiniz clinic ยังตั้งอยู่ใจกลางเมือง เดินทางสะดวก ติดกับ BTS ชิดลม ดังนั้นหากคุณกำลังสนใจที่สนใจเรื่องงานผิว ฟิลเลอร์ Belotero Revive ที่ Infiniz clinic คือคำตอบสำหรับทุกท่านครับ
บอกลาปัญหา! ใต้ตาคล้ำ ตาลึก ตาโหลด้วย Filler จาก Infiniz Clinic
เรื่องของใบหน้า ถือว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เป็นสิ่งที่หลาย ๆ คนมักจะให้ความสำคัญ เพราะใบหน้ามักจะเป็นจุดแรกที่คนภายนอกมองเห็น บางอาชีพ ก็จำเป็นที่จะต้องใช้ใบหน้าในการทำงาน ดังนั้นจะปล่อยให้หน้าเกิดปัญหา หรือไม่สดใสไม่ได้ ซึ่ง หนึ่งในเรื่องที่กวนใจมากที่สุด คือปัญหาใต้ตาคล้ำ ตาลึก ตาโหล ซึ่งในวันนี้ Infiniz Clinic จะพาทุกคนไปดูถึงสาเหตุที่ทำให้ใต้ตาหมองคล้ำ ใช้ฟิลเลอร์ตัวไหน สำหรับแก้ปัญหาดังกล่าว ผลข้างเคียงจากการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาและใครคือคนที่เหมาะในการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา รับรองเลยว่าคุณจะตัดสินใจได้ง่ายมากขึ้น ปัญาใต้ตาคล้ำ ตาลึก ตาโหล ถุงใต้ตาเกิดจากอะไร 1. พันธุกรรม พันธุกรรม ก็อาจจะทำให้เกิดปัญหาใต้ตาคล้ำ ตาลึก ตาโหลได้ เนื่องจากมีการถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น นอกจากนี้เชื้อชาติก็นับว่าเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลให้เกิดปัญหาใต้ตา เช่น คนอาหรับ อินเดีย จะมีใต้ตาคล้ำที่เยอะกว่าคนชาติอื่น ๆ 2. อายุเพิ่มขึ้น เมื่ออายุเพิ่มขึ้น ไขมันภายในร่างกายจะลดลงตามช่วงวัย ซึ่งไขมันที่อยู่ระหว่างผิวหนังกับกล้ามเนื้อรอบดวงตาก็เช่นเดียวกัน เมื่อไขมันลดลง ก็จะส่งผลให้รอบดวงตามีความหมองคล้ำไปด้วย ไม่เพียงแค่นั้น การยุบตัวของกระดูก ก็จะส่งผลให้เกิดร่องตาลึก และเห็นใต้ตาคล้ำมากขึ้นเช่นเดียวกัน 3. ถุงใต้ตา ความหมองคล้ำที่เกิดจากถุงใต้ตา เกิดจากถุงไขมันใต้ตาและหลอดเลือดส่วนเกินที่ไปเลี้ยงบริเวณใต้ตา จนเห็นเงาเส้นเลือดจนมืด นอกจากนี้ ถุงไขมันก็จะนูนขึ้นด้วย อีกทั้งยังสร้างเงาบริเวณใต้ตา หรือเห็นร่องและจุดด่างดำบริเวณร่อง สามารถรักษาโดยการผ่าตัดเพื่อขจัดไขมันส่วนเกินออกไป ทำให้ผิวบริเวณรอบดวงตาเรียบเนียนกระชับ เป็นธรรมชาติ 4. โรคภูมิแพ้ หลอดเลือดดำรอบดวงตาของผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้มีขนาดใหญ่กว่าปกติ การแพ้อาจทำให้เกิดอาการคันตา ระคายเคือง และแม้กระทั่งทำให้คนขยี้ตา การเสียดสีบ่อยครั้งจะรบกวนผิวหนังรอบดวงตา ซึ่งไปกระตุ้นเซลล์เมลาโนไซต์ในผิวหนังให้ผลิตเมลานินมากขึ้น นอกจากนี้ยังทำให้ผิวใต้ตาคล้ำได้อีกด้วย 5. แสงอาทิตย์ แสงอาทิตย์ มีผลกระทบโดยตรง เนื่องจากผิวใต้ตาบอบบางมาก ผิวหนังใต้ตาของคุณอาจจะบางลงจนมองเห็นเส้นเลือดบริเวณดวงตาได้ชัดเจน และทำให้ใต้ตาดูคล้ำ หากคุณต้องเจอกับแสงแดดเป็นประจำ นอกจากนี้ การได้รับรังสีอัลตราไวโอเลตจากดวงอาทิตย์เป็นประจำจะช่วยกระตุ้นการผลิตเม็ดสีผิวมากขึ้น ทำให้ผิวที่บอบบางใต้ตาดูมีสีเข้มกว่าส่วนอื่นๆ ของร่างกาย 6. การพักผ่อนน้อย มีความเครียด การใช้สายตามากเกินไป ฯลฯ การอดนอนและการพักผ่อนรวมถึงความเครียดที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน มันกลายมาเป็นเพื่อนกับรอยคล้ำเพราะอาจทำให้ร่างกายเสียสมดุลได้ ระบบไหลเวียนโลหิตทำงานได้ไม่ดี อาจทำให้รอยคล้ำใต้ตาแย่ลงได้ ดังนั้นผู้ที่ต้องการรักษารอยคล้ำจึงต้องพักผ่อนอย่างเพียงพอ ฟิลเลอร์ใต้ตา ยี่ห้อไหนดี มีความแตกต่างกันยังไง ฟิลเลอร์ยี่ห้อ Restylane สำหรับฟิลเลอร์ Restylane ยี่ห้อแรกนี้ จะมี 2 ส่วนที่โดดเด่น คือ NASHA techology และ OBT technology ซึ่งเป็นผลโดยตรงที่ทำให้ตัวฟิลเลอร์เกิดความหลากหลาย และได้รับการยอมรับจากแพทย์ทั่วโลก เนื่องจากความหลากหลาย ทำให้เหมาะกับผิวหน้าของคนไข้ในแต่ละปัญหา โดยทั้งนี้ Restylane ที่เหมาะจะฉีดบริเวณใต้ตา มี 4 รุ่นด้วยกันดังนี้ ฟิลเลอร์ยี่ห้อ Belotero เป็นฟิลเลอร์ที่มีความยืดหยุ่นและกลืนตัวกับผิวค่อนข้างมาก มีจุดเด่นคือสามารถใช้ฉีดแก้ปัญหาแอ่งลึกใต้ตา แก้ปัญหาใบหน้าตอบ จากสาเหตุการทรุดตัวของกระดูก และชั้นไขมันที่หายไป โดยสามารถฉีดเสริมกระดูกใต้ตาชั้นลึก เพื่อให้โครงสร้างบริเวณใต้ตาได้สัดส่วน ดูอ่อนเยาว์มากขึ้น สำหรับการฉีดใต้ตา รุ่นที่แนะนำคือ ฟิลเลอร์ Juvederm เป็นฟิลเลอร์จากประเทศอเมริกาที่นำเข้าโดยบริษัท Allergan Aesthetics Thailand by Abbvie โดยคุณสมบัติเด่นของเนื้อฟิลเลอร์จะมี Crosslink (จำนวนการเชื่อมพันธะ) ที่ทำให้ฟิลเลอร์อยู่ได้นานขึ้น สลายช้าลง เติมเต็มได้ดีขึ้น และเก็บน้ำได้ดี โดยเจลในกลุ่ม VyCross มีความสามารถขึ้นทรงยึดเกาะเฉพาะจุดที่ดี แต่ก็สามารถกลืนตัวกับผิวได้ดีเช่นกัน หลังฉีดจึงมีความเรียบเนียน ทำให้ฉีดแล้วไม่ฟูมากเกินไปจนผิดธรรมชาติ มีความยืดหยุ่นสูง ทนต่อการขยับได้ดี โดยรุ่นของฟิลเลอร์ Juvedermที่เหมาะสำหรับฉีดใต้ตา หมอจะแนะนำ 3 รุ่นดังนี้ครับ ทั้ง 3 รุ่นนี้จะมี Vycross ที่เป็นเทคโนโลยีในเรื่องของการยกระชับ เพราะมีโมเลกุลยึดเกาะที่หนาแน่น หลังฉีดยังคงให้ความเป็นธรรมชาติ ดูเรียบเนียนไม่เป็นก้อน ซึ่งถ้าหากจะถามว่าฟิลเลอร์ใต้ตายี่ห้อไหนดี จากประสบการณ์ของหมอแล้ว ฟิลเลอร์ Juvederm ก็ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดี ผลข้างเคียงหลังจากการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา รอยบวม หรือรอยเข็มที่มีสาเหตุมาจากฟิลเลอร์ยังไม่เข้าที่ สามารถเกิดขึ้นได้ตามปกติ หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาไปแล้ว ซึ่งไม่ต้องกังวล รอยเข็มจะค่อย ๆ หายไปภายในระยะเวลา 2-3 วัน ในเรื่องของอาการบวมจะลดลง ฟิลเลอร์จะกลายเป็นธรรมชาติ จะใช้เวลาราว ๆ 2 สัปดาห์ ถึงจะหาย 100% ใครเหมาะกับการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา เลือกฟิลเลอร์ใต้ตาที่ Infiniz Clinic ปลอดภัย 100% การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาค่อนข้างเป็นบริเวณที่ พบปัญหาได้ค่อนข้างบ่อย โดยเฉพาะ ปัญหาฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นก้อน จึงขอแนะนำผู้รับบริการศึกษาถึง ประสบการณ์ของแพทย์ จำนวนปีประสบการณ์ในการฉีดฟิลเลอร์ โดยเลือกฟิลเลอร์ใต้ตาที่ Infiniz Clinic สำหรับโปรแกรมการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาที่อินฟินิซ คลินิก ผู้รับบริการจะมั่นใจได้เลยว่าฟิลเลอร์ทุกยี่ห้อ เป็นของแท้แน่นอน 100% เพราะเรานั้นให้ความสำคัญกับความซื่อสัตย์ และความซื่อตรงต่อลูกค้าเป็นอันดับแรก ทุกหัตถการการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาควบคุมโดย แพทย์ที่มีความชำนาญและเชี่ยวชาญสูงทุกขั้นตอน นั่นคือ คุณหมออู๋ ณัฐพล คอยให้คำปรึกษา วิเคราะห์ปัญหาใต้ตา ร่วมกับการเลือกตัว HA Filler products พร้อมใช้เทคนิคพิเศษเฉพาะตัว ไม่เกิดผลข้างเคียงทั้งหลังฉีดและในระยะยาว เพื่อต้องการให้ลูกค้าที่เข้ามารับบริการได้ผลลัพธ์อันน่าพึงพอใจในทุกเคส ดังนั้นถ้าคุณอยากฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา อยากให้ลองมาที่ Infiniz Clinic เพื่อรับการวิเคราะห์ และ การรักษาที่ตรงจุด ปลอดภัยทุกขั้นตอน และได้ผลหลังทำตามที่ใจปรารถนาค่ะ โปรโมชั่นที่อินฟินิซ คลินิก ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ราคาเริ่มต้นที่ 16,500 บาท / CC
เสริมโหงวเฮ้งด้วยทรงปาก โดดเด่นเรื่องการงาน การเงิน โชคลาภ
ในยุคปัจจุบันการทำฟิลเลอร์ปากไม่ได้ทำเพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่ในบางคน ทำเพื่อเสริมโหงวเฮ้งให้ชีวิตประสบความสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการงาน การเงิน โชคลาภ หรือเรื่องอื่น ๆ ในวันนี้ทาง Infiniz clinic เลยอยากมาแนะนำว่าทรงปากมีแบบไหนบ้าง ทรงแบบไหนที่เสริมให้โหงวเฮ้งดี และทำแบบไหนที่ไม่ดี ให้คุณได้ประกอบการตัดสินใจก่อนที่จะเริ่มฉีดฟิลเลอร์เพื่อป้องกันความผิดพลาด รู้จักทรงปาก ก่อนทำฟิลเลอร์ปาก ก่อนจะทำฟิลเลอร์ปาก ต้องรู้จักทรงปากก่อน ซึ่งทรงปากที่ได้รับความนิยมในตอนนี้จะมีหลัก ๆ 3 ทรง ได้แก่ ทรงเกาหลี ทรงฝรั่งสายฝอ และทรงปากกระจับ โดยมีรายละเอียดแต่ละทรงดังนี้ ฟิลเลอร์ปากทรงเกาหลี ทรงปากสายเกาหลี หรือมีอีกชื่อว่า ทรง Cherry Lips ถ้านึกไม่ออกว่าเป็นแบบไหน ให้ลองจินตนาการถึง ลูกเชอร์รี่ 2 ลูก ประกบกันอยู่บริเวณกลางริมฝีปากบนและล่าง ซึ่งจะดูอิ่มฟูกว่าด้านข้างด้วย ทรงปากสายเกาหลีนี้ จะช่วยทำให้ปากดูอวบอิ่ม ปากเต็ม ฟู และยังเสริมให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ลง ฟิลเลอร์ปากทรงฝรั่งสายฝอ ทรงปากฝรั่งสายฝอ มีให้เลือก 2 แบบ แบบแรกจะเป็นแนวอวบอิ่ม เซ็กซี่ โดยริมฝีปากล่างจะหนา ส่วนริมฝีปากบนจะเจ่อเล็กน้อย อีกแบบจะเป็นปากอวบอิ่ม คือ ทั้งริมฝีปากล่างและบนจะหนา สำหรับสายฝอ ขึ้นอยู่ที่ว่าตัวคุณต้องการแบบไหน ซึ่งในปัจจุบัน ทรงปากสายฝอกำลังฮิต เพราะนอกจากจะทำให้ปากดูอิ่มแล้ว ยังเพิ่มลุคน่าค้นหาหรือเซ็กซี่มากขึ้น ฟิลเลอร์ทรงปากกระจับ สำหรับทรงยอดฮิตทรงสุดท้าย ทรงปากกระจับ ทั้งริมฝีปากส่วนบนและส่วนล่าง จะได้รูปสวยงาม ซึ่งรับกับใบหน้าได้ดี ทรงปากจะโค้งเหมือนผลกระจับ นอกจากชื่อนี้ ยังมีอีกชื่อ คือ ปากปีกนก เนื่องจากมุมปากจะมีความเรียวและยกสูงขึ้นคล้ายกับปีกนก เป็นหนึ่งในทรงปากที่ช่วยเพิ่มมิติให้กับใบหน้า และมีความเป็นธรรมชาติมากที่สุด ฟิลเลอร์ปากเปลี่ยนโหงวเฮ้งได้จริงไหม สำหรับสิ่งที่หลาย ๆ คนสงสัยว่าฟิลเลอร์ปาก ช่วยเปลี่ยนโหงวเฮ้งได้จริงไหม ถ้าอ้างอิงตามหลัก โหงวเฮ้ง ที่เป็นศาสตร์ในการทำนายสมบัติของคนจากรูปลักษณ์ภายนอก โดยใช้หน้าตาในการอ้างอิง ที่มีมาตั้งแต่ยุคโบราณจนถึงปัจจุบัน และใช้กันอย่างแพร่หลาย การทำให้ใบหน้าโดยเฉพาะปาก ถูกตามหลักโหงวเฮ้ง สำหรับคนที่มีความเชื่อ อาจจะช่วยดึงดูดให้สิ่งดี ๆ เกิดขึ้นได้จริง เพราะใบหน้าและปาก ถือเป็นจุดรวมในการพิจารณาจิตใจ รวมถึงสุขภาพในภาพรวม และริมฝีปากเอง ก็ยังสามารถทำนายได้ถึงปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นอีกด้วยเช่นกัน แต่สำหรับสิ่งที่หลาย ๆ คนสงสัยว่าฟิลเลอร์ปาก ช่วยเปลี่ยนโหงวเฮ้งได้จริงไหม จนถึงตอนนี้ ก็ต้องบอกตามตรงว่าเป็นความเชื่อส่วนบุคลเท่านั้น โดยอาจจะต้องดูองค์ประกอบส่วนอื่นของใบหน้าเพื่อให้รับกันได้เป็นอย่างดีทั้งหมด ทรงปากแบบไหนที่โหงวเฮ้งดี vs ไม่ดี ในส่วนนี้เราจะพามาดูว่าทรงปากแบบไหนที่โหงวเฮ้งดี และทรงปากแบบไหนที่ทำให้โหงวเฮ้งไม่ดี ทรงปากที่โหงวเฮ้งดี ทรงปากที่โหงวเฮ้งดี จะมีขนาดของปากที่ได้มาตรฐาน มุมปากไม่เกินบริเวณกลางตา อีกแบบของทรงปากที่ดี จะต้องมีหยักตรงบริเวณมุมปากทั้งสองข้าง อาจจะตรงหรือช้อนขึ้นเล็กน้อย มีขนาดที่เหมาะสมกับใบหน้าของแต่ละบุคคล เมื่อปากมีโหงวเฮ้งดี หากเป็นผู้ชาย จะเป็นคนที่มีบุญและวาสนาดี หากมีคู่ก็จะช่วยเหลืออุปถัมภ์กันและกัน เกิดความกระตือรือร้นอยู่ตลอดเวลา เต็มไปด้วยความซื่อสัตย์ กล้าคิดกล้าลงมือทำ ตำแหน่งหน้าที่การงานดี ทำงานใหญ่ได้สำเร็จลุล่วง หากเป็นผู้หญิง จะหัวแข็งไม่ยอมใคร ทำงานเก่ง และหาเงินได้เก่งกว่าผู้ชาย ไม่จมปลักอยู่กับอดีต พูดตรง มีความซื่อสัตย์ มองไปแต่อนาคตข้างหน้าเท่านั้น ทรงปากที่โหงวเฮ้งไม่ดี ทรงปากที่โหงวเฮ้งไม่ดี ปากจะมีลักษณะบางเฉียบ หากเป็นผู้ชายจะเต็มไปด้วยเล่ห์กล ขาดความอดทน ไม่สนใจเรื่องความรัก หากเป็นผู้หญิง ปากจะพูดแต่เรื่องที่ไม่สร้างสรรค์ มักจะชอบนินทาผู้อื่น ชอบโกหก ชอบเถียง มองโลกในแง่ร้าย ขี้น้อยใจ ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ เกิดภาวะมีลูกยาก หรือถ้าเกิดว่ามีลูกก็จะไม่แข็งแรง และเลี้ยงยาก ทำฟิลเลอร์ปาก ใช้ยี่ห้อไหนดี ฟิลเลอร์ปากทาง Infiniz เลือกใช้ มี 2 ยี่ห้อหลัก และมีรุ่นสำหรับทำฟิลเลอร์ปากโดยเฉพาะดังนี้ ฟิลเลอร์ยี่ห้อ Restylane ฟิลเลอร์ยี่ห้อ Juvederm เลือกฟิลเลอร์ปากที่ Infiniz Clinic ปลอดภัย 100% ที่ Infiniz Clinic พร้อมให้บริการฉีดฟิลเลอร์ปาก จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างคุณหมออู๋ ณัฐพล แพทย์ผู้สอนการฉีดฟิลเลอร์ โดยการเริ่มการฉีด ต้องมีการประเมินสภาพริมฝีปากและสภาพปัญหาที่แตกต่างกันในแต่ละบุคคล โดยการใช้เทคนิคพิเศษในการเติมเพื่อลดการเกิดผลข้างเคียงและการสร้างผลลัพธ์การเติมฟิลเลอร์ปากให้ตรงใจผู้รับบริการ โดยผลิตภัณฑ์ที่ใช้เป็นของแท้ มีความปลอดภัย 100% โปรโมชั่น การเติมฟิลเลอร์ปากที่ Infiniz clinic อยู่ที่ 18,000 บาท / cc